365days...Let you know that I love [Prolouge]
posted on 02 Mar 2007 16:02 by shimwaya in 365days
Title: 365days Let you know that I love [Prolouge]
Starring: Dong Bang Shin Gi , Battle , Xing , Super Junior
Genre: Shounen ai , A/U , Crossband , Crossover , Triangle , Drama
Rating: PG-13
Author: Chunsa*
.
Attention: เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นมาทั้งหมดนะคะ
<< Intro & Character profile >>
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
'สำหรับการสอบครั้งสุดท้ายนี้...เจ้าสองคนมีเวลาแค่365วันบนโลกมนุษย์เท่านั้น'
เทวดาและนางฟ้าในชุดเดรสสีขาวสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ขณะคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเทวดาผู้เป็นอาจารย์
'การสอบครั้งนี้...คือให้พวกเจ้าทำให้มนุษย์สามคู่รักกันให้ได้' อาจารย์เหลือบตามอง
ลูกศิษย์สองคนพลางยิ้มอย่างเอ็นดูเพียงแวบเดียวแล้วกลับมาทำท่าเคร่งขรึมต่อ
'ถ้าพวกเจ้าทำไม่สำเร็จ...คงรู้ใช่มั้ยว่าจะเกิดอะไรขึ้น' แล้วอาจารย์ก็ลุกจากเก้าอี้
เดินไปตามทางผ่านโถงหลายแห่งจนมาถึงห้องๆหนึ่งที่มีประตูไม้บานใหญ่ตั้งตระหง่านใจกลางห้อง
'ครับ/ค่ะ' ทั้งสองน้อมรับคำสั่ง
'การสอบคราวนี้...จะไม่เหมือนครั้งที่ผ่านๆมา พวกเจ้าจะให้พรวิเศษได้แค่คนละ3ข้อเท่านั้น'
'แต่ว่าท่านคะ...'
'ไม่มีแต่ชอนซา...สภาสูงสุดกำหนดเงื่อนไขของการสอบครั้งนี้ไว้แล้ว'
'ค่ะ...'
'ถึงพวกเจ้าจะสามารถกางหรือเก็บปีกได้...แต่...พวกเจ้าก็ไม่ได้รับอนุญาตให้บินได้
ยกเว้นคืนพระจันทร์เต็มดวงเท่านั้น'
'รับทราบครับ/ค่ะ'
'ชางมิน...ถึงเจ้าจะได้คะแนนสูงสุดของการสอบทุกครั้ง แต่การสอบคราวนี้คงไม่ง่ายอย่างที่คิดนัก'
'ผมจะจำไว้ครับท่านอาจารย์'
'ดีแล้ว...'
'ท่านครับ ประตูพร้อมแล้ว' ชายในชุดขาวคนหนึ่งเดินเข้ามารายงานความพร้อม
'ขอให้โชคดีกับการสอบครั้งนี้นะทั้งสองคน'
.
.
.
'ข้าจะบอกเรื่องดีให้พวกเจ้าซักเรื่องก็แล้วกัน...พวกเจ้าจะใช้มนต์อะไรเล็กๆน้อยๆได้ในชีวิตประจำวัน ก็ลองดูแล้วกันนะว่าใช้อะไรได้บ้าง ข้าก็ไม่แน่ใจทั้งหมดนัก'
'ขอบใจที่บอกนะสเตฟานี่...ชั้นคงคิดถึงเธอแย่เลย' ชอนซาพูดพร้อมกับกอดสเตฟานี่ไว้
'ชั้นก็คงคิดถึงเธอเหมือนกันชอนซา..." สเตฟานี่เอ่ยตอบแผ่วเบาปลายเสียงมีแววสะอื้นอยู่ในที
"แล้วนี่คือภารกิจทั้งหมดที่เจ้าสองคนต้องไปทำและข้อปฏิบัติในเวลาทั้งหมด365วันนี้' สเตฟานี่ยื่นหนังสือปกหนังสีน้ำตาลเล่มบางให้ พร้อมกับกระดาษที่หน้าตาคล้ายๆกับแผนที่
'ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง...เราจะส่งสารไปกับยูเมะ'...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
นั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ4ชั่วโมงที่แล้ว(ตามเวลาโลกมนุย์)
.
.
.
บนถนนสายหนึ่งย่านการค้าแถบชานเมืองกรุงโซล...ชายหนุ่มหน้าตาดีร่างสูงโย่งในชุดเสื้อโค้ทยาวและกางเกงสแลคสีขาวดูเข้ากันกับเสื้อเชิ้ตสีดำที่อยู่ข้างใน เดินถือกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เคียงมากับหญิงสาวที่ผิวขาวกว่าหน้าตาน่ารักที่ตัวเล็กกว่าที่สวมชุดแบบเดียวกันแต่แค่ชุดใต้เสื้อโค้ทนั้นเป็นเดรสกระโปรงพลีทสีดำและกระเป๋าถือใบเล็กสีดำ
"นี่ชางมิน...เราเดินกันมาตั้ง4ชั่วโมงแล้วนะ...ยังไม่ถึงอีกเหรอบ้านของเจ้าคนชื่อคิมแจจุงนั่น" หญิงสาวเริ่มบ่น หยุดเดินแล้วนั่งลงที่ป้ายรถเมล์เอ่ยถามอีกคนที่ชื่อชางมินอย่างหงุดหงิด
"ใจเย็นๆสิชอนซา...เดี๋ยวก็คงถึงแหละ บ่นมากไปได้" ชางมินเอ่ยพร้อมกับดึงแขนให้หญิงสาวเดินต่อ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ขัดขืน ยอมเดินต่อแต่โดยดี แต่ก็มิวายบ่นอุบไปตลอดทาง...นางฟ้าที่ไหนเดินหลงทางแบบนี้กันมั่งเนี่ย??? เสียชื่อหมด...
"ก็ชั้นเหนื่อยนี่นา...ไม่รู้ว่าบ้านหมอนั่นจะมีน้ำอุ่นให้อาบรึเปล่า" แล้วชอนซาก็เตะกระป๋องน้ำอัดลมที่ตกอยู่ข้างหน้า...ลอยไปไกลลิบ...
.
.
.
.
.
.
.
.
ลิ่ว...
.
.
.
.
.
.
.
.
โป๊กกก!!!
"โอ๊ยยยย"
.
.
.
.
"เฮ้ย!!! ดูซิ...ถูกหัวใครเข้ารึเปล่าไม่รู้ ไปดูเร็ว!!" ชางมินใช้มือที่ว่างอยู่ลากชอนซาที่กำลังตกใจไปดูทันที
.
.
.
.
.
.
.
.
.
"อ๊ะ...พี่ฮีนิม!!!" ทั้งสองพูดขึ้นพร้อมกันทันทีที่เห็นว่าผู้เคราะห์ร้ายคือใคร ดูเผินๆ...คนที่ถูกเรียกว่าฮีนิมนี้ก็ไม่ต่างจากสาวเปรี้ยวหน้าสวยตาโตคมดุที่แต่งตัวแมนๆคนนึง...
แต่...
ต่างตรงแค่ว่าฮีนิมเป็นชื่อของผู้ชายคนนี้!!
"ใครใช้ให้เรียกชื่อนี้ฟะเจ้าสองตัวนี้นี่" คนที่ถูกเรียกว่าฮีนิมหันมาดูก็พบกับคนรู้จักสองคนที่กำลังทำหน้าเหวอและเรียกชื่อเขาเสียงดัง
"เบาๆหน่อยสิ อยากให้คนรู้ทั้งเมืองรึไงว่ามีคนอยู่ตรงนี้น่ะหา...ไอ้บ้าตัวไหนมันเตะกระป๋องมาใส่หัวชั้นเนี่ยยย อย่าให้จับได้นะ ตายยยยย!!!!" ฮีนิมดุใส่ชางมินและชอนซาพร้อมกับกล่าวอาฆาตคนที่เตะกระป๋องมาถูกหัวของเค้า...โดนที่ไม่รู้เลยว่าตัวการก็ยืนอยู่ตรงหน้าเค้านี่แหละ~
"พี่มาทำอะไรที่นี่น่ะ!!??" ชางมินเอ่ยถามหน้าซีดเพราะกลัวถูกจับได้(นายไม่ได้ทำซักหน่อยกลัวอะไรเนี่ย)
"ชั้นก็มาหาอะไรทำแก้เซ็งมั่งสิ จะให้อยู่บนโน้นไปวันๆน่าเบื่อจะตาย" ฮีนิมตอบพลางลูบหัวที่เริ่มปูดปอยๆ
"แล้วนี่พี่พักอยู่ที่ไหนน่ะ" ชอนซาถามมั่ง
"ร้านเบเกอรี่" ฮีนิมตอบ
"แล้วพี่รู้จักร้านเบเกอรี่ที่ชื่อ -angels house-มั้ยครับ?...เราสองคนต้องไปหาคนที่ชื่อคิมแจจุงน่ะ..." ชางมินถามพร้อมกับเอาแผนที่ยื่นให้ดู
"หามาตั้ง4ชั่วโมงแล้วยังไม่เจอเลย สงสัยสเตฟานี่ต้องแอบแกล้งผมอีกแน่ๆเลย" ว่าแล้วชางมินก็ทำหน้าเซ็ง...นี่ถ้าโดนแกล้งอีกจริงๆ ผมจะฟ้องพี่ซันเดย์ให้ลงโทษน้องสาวซะให้เข็ดจริงๆด้วย
"ข้อสอบสุดท้ายสินะ..." ฮีนิมพูดขึ้นเมื่อเหลือบไปเห็นหนังสือเล่มบางคุ้นตาที่อยู่ในมือของชางมิน
"อื้อ~~" ชอนซาตอบ
"ชั้นอยู่ที่นั่นแหละ...เจ้าคิมแจจุงงั้นเหรอคือข้อสอบสุดท้าย" ฮีนิมทำหน้าปลงพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด
"ค่ะพี่ฮีนิม" ชอนซาตอบตาแป๋ว
"บอกว่าอย่าเรียกชื่อนั้นไงล่ะ...ฮีชอลน่ะฮีชอล จำใส่สมองไว้มั่งสิ" แล้วเค้าก็เอานิ้วชี้จิ้มแรงๆไปที่หน้าผากของหญิงสาวจนเธอเซไปข้างหลัง
"ก็มันไม่ชินนี่นา...เรียกแต่ชื่อฮีนิมๆมาตั้งแต่อยู่บนโน้นนี่นา" ชอนซาลูบที่รอยแดงพร้อมกับชางมินที่ช่วยเป่าให้หายเจ็บอย่างวุ่นวาย
"เออๆ ชั้นผิดเองที่ให้แกสองคนเรียกจนชินปาก ฮีนิมก็ฮีนิมวะ" ฮีนิมหรือฮีชอลโบกมือปัดอย่างเสียไม่ได้ ก็ใครใช้ให้เขาปล่อยให้เจ้าสองตัวนี่เรียกซะจนชินปากเองล่ะ...เฮ้อ...คิดแล้วกลุ้ม
"แหะๆ" ทั้งคู่หัวเราะแห้งๆพร้อมกัน
"เอ้า!! ไปกันได้แล้ว เดี๋ยวชั้นจะบอกหมอนั่นว่าพวกเธอเป็นญาติชั้นที่มาจากต่างจังหวัดจะมาพักอยู่ด้วยซักพักนึง"
"ค่ะ"
"แล้วพวกเธอต้องอยู่นี่กี่วันเนี่ย?"
"365วัน" ชางมินตอบ
"หา???? อะไรนะ??!! *0* " ฮีชอลถามอีกครั้ง...เมื่อกี้คงจะหูฝาดไปแหงๆ
"สามมม ร้อยย หกกก สิบบบ ห้าวัน...ไม่ขาดไม่เกิน" ชางมินเน้นที่ละคำอีกครั้ง
"ทำไมมันนานขนาดนี้??? ตอนของชั้นยังแค่30วันเอง ถูกตาแก่นั่นหาเรื่องแกล้งรึเปล่าเนี่ย" คนตาโตยิ่งตาโตมากกว่าเดิม อะไรมันจะนานอลังการขนาดนี้ ก็ทีของเค้า ตาแก่นั่นให้เวลาแค่30วัน แต่เจ้าพวกนี้ตั้ง365วัน...มันผิดปกติวิสัยตาแก่หน้าโหดนั่นนี่หว่า
"..." ไม่มีสัญญาณตอบรับจากบุคคลที่ท่านติดต่อด้วย
"ช่างเหอะๆ" ฮีชอลโบกมือปัด แล้วเริ่มเดินนำทางทั้งสองคนไปยังจุดหมาย ซึ่งดูเหมือนจะไกลอยู่ไม่น้อย
ระหว่างทางไม่ค่อยมีผู้คนเดินขวักไขว่มากนัก เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลา3ทุ่มกว่าๆ
(งั้นสองคนนั่นก็ต้องเดินมาตั้งแต่5โมงเย็นแล้วน่ะสิ =A=;; แล้วทำไมเธอสองคนไม่ถามทางเค้าล่ะเนี่ย)
ร้านค้าก็เริ่มจะปิดร้าน จึงไม่มีใครสนใจคนแปลกหน้าสองคนมากนัก
ฮีชอลพาทั้งคู่เดินมานานพอสมควร(แล้วมันนานแค่ไหนล่ะ?)ก็มาหยุดที่ร้านเบเกอรี่ที่มีป้ายเขียนตัวโตว่า
-angels house-
"เอ้า...ถึงแล้ว" ฮีชอลหยุดที่หน้าร้านแล้วเดินนำขึ้นบันไดเหล็กสีฟ้าข้างๆร้านขึ้นไปยังชั้นสองของตัวอาคาร แล้วล้วงกุญแจทองเหลืองในกระเป๋าขึ้นมาไขลูกบิดทองเหลืองแบบเดียวกันบนประตูไม้ที่ทาสีขาว
"แจจุง!! ชั้นกลับมาแล้ว" เมื่อเปิดประตูเข้าไปได้ก็ตะโกนเรียกอีกคนเสียงดังทันที
"กลับมาแล้วเหรอครับพี่ฮีชอล โอ๊ะ!! หัวไปโดนอะไรมาครับนั่นแดงเชียว เดี๋ยวผมไปเอาน้ำแข็งมาประคบให้นะครับ" ชายหนุ่มหน้าสวยหวานในเสื้อสเวตเตอร์สีครีมกางเกงยีนส์และมีผ้ากันเปื้อนสีชมพูพีชผูกไว้ข้างหน้าเดินออกมาอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของตัวเอง แล้วก็วิ่งกลับเข้าไปในครัวทันทีที่เห็นรอยแดงที่ไรผมด้านขวาของฮีชอล
"ขอบใจแจจุง" ฮีชอลกล่าวขอบใจแล้วเดินลิ่วๆเข้ามานั่งที่โซฟาซึ่งอยู่ไม่ห่างจากประตูมากนัก
"เข้ามาสิ ยืนทำบื้ออะไรตรงนั้นล่ะ" ไม่ต้องรอให้ด่าซ้ำ ชางมินและชอนซารีบเข้ามาข้างในทันทีพร้อมกับปิดประตูให้เสร็จสรรพ ก็พอดีกับที่แจจุงเอาผ้าขนหนูห่อน้ำแข็งเดินกลับมาพอดีพอเห็นคนแปลกหน้าสองคนก็ถึงกับเหวอทันที พร้อมกับที่ฮีชอลฉวยผ้าขนหนูที่กำลังหล่นจากมือสวยนั้นไปโปะที่รอยแดงบนหัวตัวเอง
"สวัสดีครับผมชิมชางมินครับ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ" ชางมินลุกขึ้นโค้งทักทายทันที พร้อมกับยื่นมือให้จับ
"สวัสดีค่ะชั้นชิมชอนซาค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ" ชอนซาก็ลุกขึ้นตามไวไม่แพ้กันกล่าวทักทายแล้วก็ยื่นมือให้จับอีกคน
"ค...ครับ...คิมแจจุงครับ... ยินดีที่ได้รู้จัก" แจจุงตอบทั้งๆที่ยังงงๆอยู่ แล้วยื่นมือสองข้างออกไปจับมือชางมินและชอนซาที่กำลังส่งยิ้มพิมพ์ใจให้เจ้าของบ้าน
"สองคนเนี้ยเป็นญาติชั้นที่พึ่งมาจากต่างจังหวัด จะมาพักกับเราสักพักนึง เรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วง...ให้พวกนี้มันทำงานแทนแล้วกัน"
"ชั้นไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เชิญๆๆ" แจจุงไม่ปฏิเสธ พร้อมกับเชิญให้นั่งลง แล้วตัวเองก็เดินไปเอาน้ำเอาท่ามาให้ดื่ม
"พี่ฮีนิม~ แล้วที่นี่มีคนอื่นอยู่อีกรึเปล่าคะ? แล้วพี่มาข้างล่างนี่คนเดียวเหรอ?"
"มากับใครงั้นเหรอ? อ่ะให้ทาย"
"ชางมิน...บนโน้นใครบ้างที่หายไป"
"เอ...ชั้นก็ไม่รู้เหมือนกันนะชอนซา อาจจะเป็นพี่เจย์ก็ได้ พี่เจย์ชอบลงมาเล่นข้างล่างนี่นา"
"พี่เจย์เหรอคะพี่ฮีนิม"
"จะบ้ารึไง! ใครเค้าจะเอาเจ้านั่นมาด้วยกันเล่าเจ้าพวกบื้อ "
"โอ๊ย...ก็เห็นพี่เจย์ชอบลงมาข้างล่างบ่อยๆนี่นา"
"งั้นคำตอบสุดท้าย..." พร้อมกับขนนกสีขาวคุ้นตาค่อยๆหล่นลงมา...ทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้มกว้าง ตอบอย่างไม่ลังเล
"คิฮยอน!!!!"
"เรียกผมอยู่เหรอคร๊าบบบ?" เจ้าของชื่อเป็นหนุ่มหน้าหวานเยิ้มตาโตผมดำเป็นมันร่างสูงโปร่งในชุดเครื่องแบบนักเรียนมัธย
ปลายเสื้อเชิ้ตสีขาวปักตราโรงเรียน เนคไทลายสก็อตสีแดงและกางเกงสแลคสีกากีดูลงตัวกับคนที่สวมมันราวกับออกแบบมาให้โดยเฉพาะก็เดินยิ้มก้าวเข้ามาในวงสนทนา ทั้งสามคนรู้ทันทีว่าคิฮยอน...ไม่ได้เข้ามาทางประตูแน่นอน
"เย่~~ คิฮยอนจริงๆด้วย ดีใจจังเลย" ชางมิน ชอนซาและคิฮยอนกระโดดกอดกันทันทีด้วยความดีใจ
"แล้วเธอสองคนมาได้ไงเนี่ย?" คิฮยอนถามด้วยรอยยิ้มจริงใจ พลางพากันกระโดดโลดเต้นเป็นวงกลมไปรอบๆโซฟา
"อ้าวคิฮยอน~~ กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ชั้นไม่เห็นได้ยินเสียงประตูเลย เอ้านั่งพักก่อนแล้วกัน เพิ่งเลิกเรียนพิเศษกลับมาคงจะเหนื่อยน่าดู" แจจุงตะโกนถามออกมาจากในครัว
"อ้าว รู้จักกันแล้วเหรอ" แจจุงถามอย่างมึนๆ หลังจากที่ออกมาจากในครัวพร้อมกับถาดน้ำหวานและคุ๊กกี้ ก็พบทั้งสามคนกระโดดกอดกันอย่างดีใจ
"ครับพี่แจจุง เป็นเพื่อนที่เคยเรียนมาด้วยกันน่ะครับ" คิฮยอนหยุดกระโดดแล้วเดินมาช่วยแจจุงถือถาดมาวางที่โต๊ะ
จองยุนโฮ...ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคมสันร่างกายสูงแกร่งลืมตาขึ้นมาพบว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวยาวในทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง...ทุ่งที่เต็มไปด้วยดอกแดนเดไลออนกำลังลอยลิ่วปลิวตามลม เขาเพลิดเพลินกับภาพตรงหน้าอย่างอิ่มเอมอยู่นานจนมีเสียงหัวเราะใสกังวาลของใครคนหนึ่งดังขึ้นมา
"นั่นใคร..." เขาตะโกนถามออกไปแล้วเริ่มออกเดินตามหาเจ้าของเสียงนั้น แต่ก็ดูเหมือนว่าเสียงนั้นจะดังอยู่รอบๆตัวเขา พลันหางตาก็เหลือบไปเห็นใครคนนึงในชุดสีขาววิ่งผ่านไปจากทางด้านขวา เมื่อเขาหันตามก็พบกับเด็กสาวผิวขาวละออตาในชุดเดรสสีขาวยาวเพียงเข่า ผมสีน้ำตาลยาวเป็นลอนเคลียไหล่และหลังวิ่งห่างออกไปดอกแดนเดไลออนที่ปลิวตามลมนั้น ส่งให้ภาพตรงหน้าดูชวนฝัน เขาวิ่งตามอย่างไม่ลังเลใจ...ตามเด็กสาวนั้นหมายจะถามให้ได้ว่าเธอเป็นใคร
"พี่คะ...ตามชั้นให้ทันสิ" เด็กสาวหันมาเพียงเสี้ยวหน้า แต่นั่นก็งดงามสำหรับเขาเหลือเกิน แสงแดดอ่อนๆที่ส่องมายังเด็กสาวทำให้เธอเหมือนนางฟ้าที่ลงมาเดินบนโลกให้มนุษย์เชยชม
"เธอเป็นใคร?" ยุนโฮถามกลับไปด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลปนสงสัย ทว่าไม่มีเสียงใดตอบนอกจากที่เธอหยุดวิ่ง และหันหน้ามาหาเขา แสงแดดที่ส่องข้างหลังเธอนั้นทำให้เขามองใบหน้าเธอไม่ถนัด จะเห็นก็แต่รอยยิ้มละไมตรงหน้าเท่านั้น
"ถ้าพี่หาชั้นเจอ...พี่ก็จะรู้เองว่าชั้นเป็นใคร...หาชั้นให้เจอนะคะพี่ชาย" พร้อมกับประโยคสุดท้าย... เธอค่อยๆเดินเข้ามาใกล้แล้วเอื้อมมือขึ้นมาแตะที่แก้มซ้ายของเขาแผ่วเบา นุ่มนวล...สัมผัสนั้นอุ่นซ่านไปถึงหัวใจ พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนหวานที่เขาสัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีทางลืมรอยยิ้มนั้นเด็ดขาด...
"ตามหาชั้นให้เจอนะคะ" เสียงกระซิบประโยคสุดท้ายแผ่วเบาที่ข้างหูขวา พร้อมกับสัมผัสนุ่มที่ข้างแก้ม... ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกอ่อนโยน...
.
.
.
.
.
.
.
แล้วยุนโฮก็ตื่นขึ้น...
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
เขาหยิบแว่นตาขึ้นมาใส่แล้วเหลือบมองนาฬิกาปลุกที่โต๊ะข้างเตียง...พึ่งจะตี5เอง... แต่ให้นอนต่อคงจะต้องเข้าเรียนสายแน่ๆ เมื่อจะเอามือขึ้นลูบหน้าให้หายง่วงก็พบกับดอกแดนเดไลออนกำเล็กๆในมือ
"ตกลงฝันเมื่อกี้มันคืออะไรกันแน่..." เขาพึมพำกับตัวเอง
ยุนโฮนั่งบิดความเมื่อยขบอยู่ครู่จึงวางดอกแดนเดไลออนกำนั้นไว้บนโต๊ะแล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำ... แต่เมื่อมองผ่านหน้าต่างชั้น2ของอพาร์ทเมนท์ที่เขาอาศัย ก็เห็นใครคนหนึ่งปั่นจักรยานออกจากร้านขายขนมปังที่อยู่
ข้างๆอพาร์ทเมนท์ของเขา แม้จะมองเห็นไม่ชัด...แต่ภาพใครคนนั้นที่กำลังปั่นจักรยานจากไปดูคุ้นตาเหลือเกิน
"คิฮยอน!! เร็วๆหน่อยสิ แจจุงกลับมาเราจะได้กินข้าวเช้าพร้อมกัน" เสียงชายหน้าสวยคนหนึ่งที่กำลังดันเด็กชายตัวสูงผมดำตาโตให้รีบๆเอาขนมปังลังสุดท้ายวางบนท้ายรถจักรยานนั้นไปส่งทำให้เขาละสายตาจากภาพนั้นมาดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นข้างล่าง แทนที่จะมองตามคนที่พึ่งปั่นจักรยานจากไป
"ครับพี่ฮีชอล เดี๋ยวผมไปส่งขนมปังก่อนนะครับ" เด็กหนุ่มตาโตตะเบ๊ะตอบขันแข็งแล้ว ปั่นจักรยานที่มีขนมปังเต็มไปหมดออกไปอีกทางกับคนแรก
"ไปดีมาดีล่ะ" หนุ่มหน้าสวยโบกมือตอบ แล้วหันขึ้นไปยังชั้นสองของร้านตะโกนเสียงดังลั่น
"ชอนซา ชางมิน ลงมาซะทีสิแกสองคนน่ะ ชั้นรู้นะว่าตื่นแล้วน่ะ ลงมาเดี๋ยวนี้!!!!!" ชายหญิงคู่หนึ่งเปิดประตูออกมาในชุดที่ดูไม่เข้ากับอากาศเย็นเพียง8องศาช่วงฤดูใบไม้ผลิแบบนี้เลย ผู้ชายที่เหมือนจะอายุน้อยกว่าเขาใส่ชุดเสื้อกล้ามกางเกงขาขาวสีขาวเดินจูงมือเด็กสาวผมสีน้ำตาลยาวในชุดเดรสแขนกุดตัวบางยาวแค่เข่าที่ดูอายุเท่ากันออกมายืนขยี้ตาที่ระเบียงเหล็กสีฟ้าหน้าประตูสีขาวชั้นสองของร้าน
"พี่ฮีนิม...เราก็เหนื่อยเป็นนะ" เด็กชายตอบด้วยเสียงที่ยังฟังดูงัวเงีย หน้าตาเหมือนเด็กเล็กๆยามถูกขัดใจ
"ไม่ต้องมาบ่นเลย เดี๋ยวก็ชินไปเองล่ะน่า...นี่ชอนซา เธอแต่งชุดอะไรออกมาน่ะ กลับเข้าไปเปลี่ยนให้มันมิดชิดกว่านี้ได้มั้ย!!! อยากให้คนผ่านไปผ่านมาเค้ารู้รึไงว่าเราไม่เหมือนคนอื่นเค้าน่ะ ไปแต่งให้เหมือนมนุษย์โลกปกติเค้าใส่ตอนอากาศเย็นๆเลยนะ ไปๆๆ!!!" หนุ่มหน้าหวานชี้นิ้วด่าเสียงดังไปทางเด็กสาว จนทำให้เธอสะดุ้งตกใจถอยไปหลบหลังเด็กชาย
"ค่า~~~" เธอตอบเสียงหวานเจือแววเกรงอยู่ในทีออกมาจากข้างหลังเด็กชายแล้วรีบวิ่งเข้าไปข้างในทีที่เห็นว่าคนที่ออกคำสั่งนั้นกำลังเดินขึ้นบันไดมา
'เหอะๆๆ แปลกดีแฮะร้านนี้ ดูวุ่นวายดีจัง เป็นอย่างนี้ทุกเช้าเลยรึไงนะ...สงสัยต้องลองไปอุดหนุนดูซักที' ยุนโฮคิดในใจแล้วก็เดินไปอาบน้ำ เตรียมตัวไปเรียนคาบเช้าที่มหาวิทยาลัย
TBC...
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Talk*
ฟิคเรื่องที่3ของวายะที่แต่งเสร็จ~~ ได้พลอตมาจากน้องแป้งที่อยากให้ชางมินเป็นเทวดา
ที่มาช่วยให้มนุษย์สมหวังกับความรัก เรื่อง 365days Let you know that I love (365วัน...ให้เธอรู้ว่ารัก)
เลยได้กำเนิดขึ้นมาในเวลาเพียง5วัน... สิ่งที่ยากที่สุดของเรื่องคือการหาตัวละครตัวอื่น
ที่มีคาแรคเตอร์เข้ากับเนื้อเรื่องยากมากๆ (แอบเอาเด็กนอกSMมาเล่นด้วยตั้งเยอะ)
หาตัวละครไปหาตัวละครมาก็มาลงเอยกับ "คิฮยอน" แห่ง Battle ที่มีลุคเหมาะจะเป็นเทวดา
กับน้องๆวง "XING" ที่อิมเมจในชุดสีขาวช่างเข้ากันพอเหมาะ
เรื่องนี้...อิอิ ไม่บอกหรอกว่าใครคู่ใคร แน่นอนว่าไม่ใช่คู่หลักเช่น "ยุนแจ" แน่นอน
ขอบคุณนะคะที่อ่านมาจนถึงตรงนี้ มีอะไรแนะนำติชมก็ได้เลยนะคะ จะได้เอาไปพัฒนาให้ดีขึ้น
แล้วก็อยากให้เรื่องเป็นแบบไหน ก็ลองๆบอกเข้ามากันได้นะคะ
ฝากเรื่องนี้ไว้อีกเรื่องด้วยนะคะ^^





















































)
มันช่างอลังการงานสร้างมากกกกกก
รออ่าน ค่ะ อิอิ
#1 By SeongAe (203.209.125.190) on 2007-03-02 16:31